หลายคนที่สนใจบราซิลเลียนยิวยิตสู (BJJ) มักมีคำถามคล้าย ๆ กันก่อนเริ่มฝึก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประสบการณ์ ความแข็งแรงของร่างกาย หรือความกังวลว่าจะตามคนอื่นไม่ทัน แต่ความจริงแล้ว คนที่เดินเข้ามาในคลาสเรียน BJJ ครั้งแรกส่วนใหญ่ก็เริ่มจากศูนย์เหมือนกันแทบทั้งหมด BJJ เป็นกีฬาที่เปิดโอกาสให้คนทั่วไปเริ่มเรียนรู้ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานมาก่อน และสิ่งที่ทำให้หลายคนชอบกีฬาชนิดนี้ก็คือ การฝึกไม่ได้อาศัยแรงหรือขนาดตัวเป็นหลัก แต่เน้นการใช้เทคนิค จังหวะ และการเคลื่อนไหวที่ถูกต้องมากกว่า เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญจึงไม่ใช่ว่าคุณเก่งแค่ไหนในวันแรก แต่คือการกล้าเริ่มต้น เปิดใจเรียนรู้ และค่อย ๆ พัฒนาตัวเองไปในทุกครั้งที่กลับมาฝึก
สิ่งที่มือใหม่มักพบในคลาสแรก
เมื่อเข้ามาในคลาสครั้งแรก คุณอาจเห็นคนอื่นกำลังฝึกท่าต่าง ๆ อยู่บนเสื่อ บางคนสวมชุดกิ (Gi) ขณะที่บางคนสวมชุดรัดกล้ามเนื้อ หลายอย่างอาจดูแปลกตา หรือยังไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมแต่ละคนถึงเคลื่อนไหวกันแบบนั้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติมาก เพราะ BJJ มีรายละเอียดและรูปแบบการฝึกเฉพาะตัวที่ต้องใช้เวลาในการทำความคุ้นเคย
โดยทั่วไป คลาสจะเริ่มจากการวอร์มอัพร่างกายก่อน จากนั้นโค้ชจะสอนเทคนิคของวันนั้นทีละขั้นตอน พร้อมอธิบายว่าสามารถนำไปใช้ในสถานการณ์แบบไหนได้บ้าง หลังจากนั้นทุกคนจะได้จับคู่กันฝึกเพื่อให้เข้าใจการเคลื่อนไหวมากขึ้น และเมื่อเริ่มจับจังหวะได้แล้ว ก็จะได้ลองนำเทคนิคเหล่านั้นไปใช้กับคู่ฝึกจริงบนเสื่อ เพื่อเรียนรู้ว่าท่าแต่ละท่าสามารถนำไปใช้ได้อย่างไรในสถานการณ์จริง บรรยากาศโดยรวมจึงเน้นไปที่การเรียนรู้มากกว่าการแข่งขัน ผู้เริ่มต้นสามารถถามคำถาม พูดคุยกับโค้ช และค่อย ๆ เรียนรู้ได้ตามจังหวะของตัวเอง
ในช่วงแรก คุณอาจจำชื่อท่าต่าง ๆ ไม่ได้ รู้สึกงงกับรายละเอียดบางอย่าง หรือเหนื่อยกว่าที่คิดไว้เล็กน้อย แต่ไม่ต้องกังวล เพราะคนที่ฝึกอยู่บนเสื่อทุกคนต่างก็เคยผ่านช่วงเวลาแบบเดียวกันมาแล้วทั้งนั้น ไม่มีใครเข้าใจทุกอย่างตั้งแต่วันแรก และไม่มีใครเก่งขึ้นได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง สิ่งสำคัญคือการค่อย ๆ เรียนรู้ไปทีละนิด และกลับมาฝึกอย่างสม่ำเสมอ

ไม่จำเป็นต้องฟิตก่อน แล้วค่อยเริ่มฝึก
หลายคนบอกกับตัวเองว่าอยากฟิตร่างกายให้ดีกว่านี้ก่อน แล้วค่อยเริ่มฝึก ที่จริงแล้ว การฝึกนี่เองคือสิ่งที่จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น BJJ เป็นกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวแทบทุกส่วน จึงไม่แปลกที่ช่วงแรกอาจรู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติ โดยเฉพาะสำหรับคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายมาสักพัก แต่เมื่อฝึกต่อเนื่องไปสักระยะ หลายคนจะเริ่มรู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงขึ้น เคลื่อนไหวคล่องตัวขึ้น และมีความอึดมากขึ้นกว่าที่เคย
การรอให้ตัวเองพร้อมแบบร้อยเปอร์เซ็นต์มักทำให้หลายคนยังไม่ได้เริ่มต้นสักที ในขณะที่การเริ่มฝึกตั้งแต่ตอนนี้จะช่วยให้ทั้งความแข็งแรงและทักษะค่อย ๆ พัฒนาไปพร้อมกัน นอกจากนี้ โค้ชผู้ฝึกสอนยังสามารถปรับการฝึกให้เหมาะกับแต่ละคนได้อีกด้วย ไม่ว่าคุณจะออกกำลังกายเป็นประจำอยู่แล้ว หรือเพิ่งกลับมาดูแลสุขภาพอีกครั้ง ก็สามารถเริ่มต้นได้อย่างปลอดภัยและไม่จำเป็นต้องกดดันตัวเองจนเกินไป
ฝึกอย่างมั่นใจในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย
เรื่องความปลอดภัยถือเป็นสิ่งสำคัญในการฝึก BJJ และเป็นหนึ่งในสิ่งแรกที่ผู้เริ่มต้นจะได้เรียนรู้ นั่นคือการ Tap หรือการส่งสัญญาณยอมแพ้ ซึ่งเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ใช้บอกคู่ฝึกให้หยุดทันที เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถแก้เกมหรือหลุดจากการล็อกได้อย่างปลอดภัย เพียงแตะตัวคู่ฝึกหรือแตะพื้น การฝึกในจังหวะนั้นก็จะหยุดทันที วิธีนี้ช่วยให้ทุกคนสามารถฝึกและเรียนรู้เทคนิคต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะได้รับบาดเจ็บจากการฝึก
นอกจากเรื่องเทคนิคแล้ว บรรยากาศในยิมออกกำลังกายก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่ช่วยให้ผู้เริ่มต้นรู้สึกสบายใจมากขึ้น ผู้ฝึกทุกคนจะได้รับการปลูกฝังให้เคารพคู่ฝึกและดูแลกันระหว่างการซ้อม มือใหม่จึงไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะถูกเปรียบเทียบกับคนที่มีประสบการณ์มากกว่า หรือถูกคาดหวังให้ทำได้เหมือนคนที่ฝึกมานาน เพราะเป้าหมายของการฝึกคือการเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง ไม่ใช่การเอาชนะกันในทุกครั้งที่ขึ้นเสื่อ
สำหรับหลายคน สิ่งที่ยากที่สุดอาจไม่ใช่การฝึก แต่เป็นการตัดสินใจก้าวเข้ามาลองครั้งแรกเท่านั้น เมื่อได้สัมผัสบรรยากาศจริง หลายคนมักพบว่าการฝึก BJJ ที่ Marrok เป็นมิตรและเข้าถึงง่ายกว่าที่คิด ไม่ว่าจะอยากออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ เรียนรู้การป้องกันตัว หรือมองหาความท้าทายใหม่ให้กับตัวเอง BJJ ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยให้คุณได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ไปพร้อมกับการพัฒนาความแข็งแรงและความมั่นใจในตัวเองทีละน้อย และนั่นมักเป็นเหตุผลที่ทำให้หลายคนอยากกลับมาฝึกต่ออย่างสม่ำเสมอ